ฟิลเลอร์แบบไหนดี

การเลือกฟิลเลอร์ แบบไหนให้เหมาะกับคุณ

ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่าฟิลเลอร์มีอยู่ด้วยกันหลายประเภท หลายชนิด คือแต่ละแบบแตกต่างกันที่ส่วนประกอบที่ผสมขึ้นมา แต่ละประเภทนั้นก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งมันขึ้นอยู่กับว่าจุดประสงค์ของเราที่จะใช้ทำอะไร ต้องเลือกให้เหมาะสมกับจุดประสงค์และความต้องการของเรา (อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การฉีดฟิลเลอร์) ซึ่งฟิลเลอร์สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักก็คือ 1. ฟิลเลอร์ที่ร่างดูดซึมได้ 2. ฟิลเลอร์ที่ร่างกายดูดซึมไม่ได้ ไปดูกันเลยดีกว่าว่าทั้ง 2 ประเภทนี้มีอะไรบ้าง..

ฟิลเลอร์ที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้ มีอะไรบ้าง ?

  • HA หรือ กรดไฮยาลูรอนิค อาจจะเห็นบ่อยๆ ในโฆษณาบน facebook ที่คลินิกต่างๆ ลง HA จริงๆ แล้วเป็นน้ำตาลประเภทหนึ่ง ซึ่งมีอยู่ในร่างกายบริเวณผิวหนัง และในกระดูก เมื่อนำ HA มาผสมกับน้ำก็จะกลายเป็นเนื้อเจล ฟิลเลอร์ประเภทนี้จะมีความเนียน ใช้สำหรับฉีดเติมเต็ม เพื่อให้กรดไฮยาลูรอนิคอยู่ในร่างกายได้ระยะเวลานานขึ้น 6 เดือน ถึง 1 ปี อาจมีการใส่สารเพื่อเชื่อมพันธะทางเคมีเข้าไปร่วมด้วย (ยี่ห้อที่นิยมคือ Juvéderm, Restylane / Restylane-L , Perlane)
  • คอลลาเจน หลายคนไม่รู้ว่าคอลลาเจนเป็นโปรตีนประเภทหนึ่งที่อยู่ในร่างกายของเรา หน้าที่หลักของคอลลาเจนก็คือซ่อมแซมส่วนสึกหรอ เสริมสร้างความยืดหยุ่น คอลลาเจนบริสุทธิ์มรฟิลเลอร์ ได้จากการสกัดจากสัตว์ อย่างเช่น คอลลาเจนที่ได้จากวัว (โบวีน) , คอลลาเจนที่ได้จากหมู (พอร์ซีน) และอีกประเภทก็คือคอลลาเจนที่ได้จากการเซลล์ร่างกายของมนุษย์เรานี่เอง สำหรับฟิลเลอร์ประเภทนี้หลังฉีดแล้วจะอยู่ได้ระยะเวลานานน้อยกว่าแบบ HA คือจะอยู่ได้นานประมาณ 3 ถึง 4 เดือน เพื่อความปลอดภัยต้องมีการทดสอบก่อนทุกครั้ง ว่าคนไข้มีอาการแพ้โปรตีนหรือไม่
  • CaHA หรือ ขื่อทางการแพทย์เรียกว่า แคลเซียม ไฮดรอกซีอะพาไทท์ เป็นฟิลเลอร์ที่ได้จากแร่ธาตุที่ได้พบได้ในฟัน และกระดูกของมนุษย์ ฟิลเลอร์ประเภทนี้มักใช้ฉีดบริเวณใบหน้า บริเวณมือ ช่วยลดริ้วรอย หลังฉีดฟิลเลอร์ประเภทนี้ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 1 ปีครึ่ง แต่ต้องระวังนิดนึงค่ะ เพราะฟิลเลอร์นี้จะมีผลลัพธ์ทำให้ผล X-Ray ไม่ชัดเจนนัก ดังนั้นคนไข้ต้องแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้งหากมีการ X-Ray หลังฉีดฟิลเลอร์ประเภทนี้ เพื่อป้องกันแพทย์อ่านฟิล์ม X-Ray ผิดพลาด
  • Radiesse สำหรับฟิลเลอร์ประเภทยี้ เมื่อฉีดเข้าไปแล้วจะไปช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในร่างกาย ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ยาวนานขึ้นกว่าเดิม ซึ่งอยู่ได้ประมาณ 1 ปีขึ้นไป เหมาะสำหรับเติมร่องลึก และลดริ้วรอย สำหรับใครที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์เติมโหนกแก้ม ใช้ฟิลเลอร์ประเภทนี้ก็ได้ แต่ไม่แนะนำให้ฉีดริมฝีปาก

ยังไม่จบเท่านี้นะคะ ยังมีฟิลเลอร์อีกหลายประเภท สามารถอ่านต่อได้ที่นี่ >> ฟิลเลอร์ที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้

เรียบเรียงเนื้อหาโดย MaShare.com เว็บรีวิวศัลยกรรม ของไทย