รีวิวร้อยไหม (โดยสมาชิกมาแชร์)

การร้อยไหม (Thread Lifting) เพื่อยกกระชับหน้า ปรับหน้าเรียว ไม่ต้องผ่าตัด ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ ช่วยยกกระชับและฟื้นฟูผิวด้วยไหมละลาย

แชร์ประสบการณ์ให้กับเพื่อนๆ ของคุณ ร้อยไหมที่ไหนดี มาแชร์เลย *สำหรับสมาชิกมาแชร์เท่านั้น (ห้ามคลินิกโพสต์ตั้งกระทู้)

ร้อยไหม ดีจริงไหม รู้ก่อนติดสินใจคิดทำ

ในปัจจุบันการทำศัลยกรรมได้มีการพัฒนา เพื่อเข้ามาตอบโจทย์สาวๆ ในเรื่องความสวยความงาม เพราะความสวยกับผู้หญิงย่อมเป็นสิ่งที่คู่กัน การร้อยไหมก็จัดเป็นอีกหนึ่งวิธีการ แก้ไขความบกพร่องของใบหน้า ช่วยยกกระชับใบหน้า ทำให้ผิวพรรณกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และมีความแตกต่างจากการผ่าตัดในรูปแบบเดิมที่ต้องเจ็บตัว และต้องใช้เวลาในการพักฟื้นเป็นเวลายาวนาน วันนี้เรามีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับการทำร้อยไหมมาฝาก เราลองมาดูกันเลยว่ามีสิ่งที่น่าสนใจอะไรบ้าง

จุดเริ่มต้นของการทำร้อยไหม

ประวัติความเป็นมาของเทคนิคการร้อยไหมเพื่อความงาม — คือการนำไหมแบบที่สามารถละลายได้มาร้อยที่บริเวณใบหน้าเพื่อช่วยทำให้ผิวหน้ายกกระชับ ได้เกิดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2545 ที่ประเทศเกาหลีผู้นำด้านความงาม ซึ่งใช้เวลาประมาณเป็นสิบกว่าปี ที่ค่อยๆ พัฒนาจนวิวัฒนาการดังกล่าวเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง และเริ่มได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายจากวงการแพทย์ทั้งในเกาหลี และอีกหลากหลายประเทศในแถบอาเซียน เทคนิคการร้อยไหมใช้หลักของการซ่อมแซมผิวด้วยตัวเอง เพื่อทำให้ผิวดูกระชับสวยงามอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งเทคนิคที่กล่าวมานี้เป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ ที่ได้รับการยอมรับแล้วว่ามีความปลอดภัยสูง นอกจากนี้แล้วสภาพผิวยังสามารถกลับสู่สภาพเดิมได้ และยังมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการผ่าตัดในรูปแบบเดิมๆ ในอดีตที่ผ่านมา

ผู้คิดค้นการร้อยไหม

สำหรับผู้ที่คิดค้นเทคนิคการนำไหมละลายมาใช้เพื่อเสริมความงามในครั้งแรกนั้นมีชื่อว่า ด.ร. ควน ฮันจิน ซึ่งเป็นศัลยแพทย์ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในศาสตร์ของความงามของเกาหลี จากสถาบันความงาม “เดอมาสเตอร์” ได้ออกเปิดเผยข้อมูลดังนี้ “เทคนิคการร้อยไหมที่เขาค้นพบ ทำให้จำนวนผู้ที่เข้าผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้าในประเทศเกาหลีลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะในปัจจุบันคนที่สนใจเรื่องความสวยความงาม ต้องการให้ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด ซึ่งการร้อยไหมเป็นการใช้วัสดุแปลกปลอมที่ได้รับการตรวจสอบแล้วว่ามีความปลอดภัย ร้อยเข้าไปบนใบหน้า หลังจากที่ร้อยเข้าไปแล้ว ร่างกายจะทำปฏิกิริยา แล้วสร้างมวลคอลลาเจนล้อมรอบเส้นไหม และร่างกายก็จะค่อยๆ สลายตัวเส้นไหมไปจนหมด ส่วนคอลลาเจนจะยังคงอยู่ ซึ่งจัดว่าเป็นวิธีการฟื้นฟูสภาพผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงทำให้ดูสวยงามเป็นธรรมชาติมากกว่าวิธีผ่าตัดแบบอื่น แต่อย่างไรก็ตามผลลัพธ์จะดีหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์ด้วยนะคะ

ซึ่งหลักของการทำร้อยไหมแล้ว ไม่ได้มีหลักการทำที่ตายตัว เพียงแต่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและความชำนาญของแพทย์ในการประเมินรูปหน้าของคนไข้แต่ละคน เพื่อประเมินว่าต้องใช้ไหมที่ยาวเท่าไหร่ และต้องใช้ไหมที่มีความหนาเท่าไหร่ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับแต่ละคน เพราะแต่ละคนก็มีรูปหน้าที่แตกต่างกัน ความต้องการของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้นความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของศัลยแพทย์จึงเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก

ชนิดของเส้นไหมที่ใช้ในการร้อยไหม

“โพลีไดออกซาโนน (Polydioxamone) หรือที่เราเรียกกันสั้นๆว่า ไหม PDO เป็นไหมที่นิยมนำมาใช้อย่างกว้างขวางในปัจจุบัน เส้นไหม PDO จะมีลักษณะเฉพาะที่ต่างจากไหมประเภทอื่น รวมถึงความหนาก็ไม่เหมือนกันอีกด้วย ขึ้นอยู่กับการนำไปใช้งาน ไหม PDO เมื่อร้อยเข้าไปในร่างกายแล้วสามารถละลายไปเองได้ภายในระยะเวลาประมาณ 6 ถึง 8 เดือน

ร้อยไหมก้างปลา ช่วยให้ใบหน้าเรียวเล็ก

การร้อยไหมนั้นมีเทคนิคอยู่หลากหลาย ซึ่งในช่วงแรกๆ การร้อยไหมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ “การร้อยไหมก้างปลา” ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับก้างปลาเหมือนกับชื่อที่เรียก ซึ่งมีเงี่ยงโผล่ออกมาคล้ายกับก้างปลา ไหมก้างปลาเป็นไหมที่ไม่สามารถละลายได้ ซึ่งเมื่อร้อยไหมเข้าไปแล้ว แง่งของไหมก้างปลา ก็จะเข้าไปช่วยกระชับเนื้อเยื่อ ทำให้ใบหน้ายกกระชับ ผิวหน้าเต่งตึง ปรับรูปหน้าเรียว ไม่หย่อนคล้อย การร้อยไหมแบบก้างปลาสามารถทำได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย ทำได้ทุกวัย เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย มีริ้วรอย ไม่เต่งตึงอย่างที่ควรจะเป็น และที่สำคัญยังเหมาะกับผู้ที้ต้องการแก้ไขใบหน้า ปรับรูปหน้าให้ดูเรียวเล็ก กระชับได้รูป อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องผ่าตัด

สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่ง ที่ต้องให้ความใส่ใจเป็นอันดับหนึ่ง สำหรับสาวๆ ที่สนใจการทำร้อยไหมก้างปลานั้น ก็ต้องเข้าไปพูดคุยปรึกษาขอคำแนะนำกับแพทย์ความงามเฉพาะทางกันก่อน เพื่อจะได้ทราบถึงรายละเอียด และข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อประกอบการตัดสินใจ รวมถึงขั้นตอนรายละเอียด ค่าใช้จ่าย และการเตรียมตัวในการทำร้อยไหมว่าต้องทำอย่างไรบ้างนั้นเอง

เตรียมตัวก่อนร้อยไหม

  • งดการกินยาหรืออาหารเสริมทุกชนิด รวมถึงวิตามินประเภทที่มีผลต่อการทำงานของเกล็ดเลือด และการแข็งตัวของเลือด อันได้แก่ ยาแอสไพริน อาหารเสริมอย่างวิตามินอี อย่างน้อย 1 – 2 สัปดาห์ ก่อนการทำร้อยไหม
  • คนที่ทำร้อยไหมจะต้องไม่เป็นแผลคีลอยด์ และต้องไม่แพ้ยาชา และต้องไม่เป็นผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือดอย่างรุนแรง
  • ในช่วงที่มีประจำเดือน ก็อย่าเพิ่งไปร้อยไหมนะคะ ควรหลีกเลี่ยงไปก่อนค่ะ

หลังจากทำร้อยไหม

คุณสามารถรู้สึกได้ถึงผลลัพธ์ทันทีหลังจากทำร้อยไหมเสร็จแล้วว่า ใบหน้ามีความกระชับตึงมากยิ่งขึ้น แต่ในคนอาจต้องรอนานถึง 3 สัปดาห์จึงจะเห็นผลลัพธ์

นานแค่ไหนกว่าจะเห็นผล ?? ผลลัพธ์จะเห็นได้อย่างชัดเจน ว่าหน้าเรียว หน้ากระชับ เต่งตึง หลังจากร้อยไหมไปประมาณ 2 ถึง 3 เดือน และโดยทั่วๆ ไปการร้อยไหม จะสามารถคงความกระชับได้นานประมาณ 1 ถึง 2 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพใบหน้า และลักษณะการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละคนด้วย

ผลข้างเคียงจากการร้อยไหม

ในคนไข้บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการร้อยไหมได้เช่นกัน ซึ่งผลข้างเคียงจะเกิดขึ้นหรือไม่นั้น อยู่กับความชำนาญและประสบการณ์ของแพทย์ ว่าจะเลือกใช้ไหมแบบใดให้เหมาะสมกับคนไข้ รวมถึงเทคนิคการร้อยไหมที่ใช้ด้วย ถ้าเลือกใช้ไหมที่มีขนาดใหญ่ และไหมที่มีความหนามากจนเกินไป อาจจะทำให้มีผลข้างเคียงหลังร้อยไหมได้ เช่น มีอาการปวด หรือบวม แต่ถ้าเลือกใช้ไหมที่มีขนาดเล็กเกินไป ไม่พอดี ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะไม่ชัดเจนนัก

ข้อควรรู้ หลังร้อยไหม

ในช่วงแรก หลังจากทำร้อยไหมเสร็จแล้ว ให้หมั่นประคบเย็นด้วยเจลหือน้ำแข็งบ่อยๆ เพื่อช่วยลดอาการปวดบวม รวมถึงต้องรับประทานยาอย่างเคร่งครัด ตามที่แพทย์สั่งด้วย และที่สำคัญต้องงดเว้นจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์ การนวดหน้า และเลี่นงความร้อนอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อทำให้ใบหน้าสามารถฟื้นตัวกลับคืนสู่สภาพปกติได้อย่างรวดเร็ว เพราะมิฉะนั้นแล้ว อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่คาดไม่ถึงได้ แต่สำหรับผู้ที่เกิดอาการบวม ฟกช้ำ ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะอาการเหล่านี้จะหายไปเองโดยใช้ระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ และใบหน้าจะเริ่มกลับเข้าที่ภายในระยะเวลา 1 เดือน

การร้อยไหมก้างปลา เป็นที่นิยมในช่วงแรกๆ แต่ในปัจจุบันนี้การร้อยไหมแบบก้างปลาอาจไม่ค่อยได้รับควานิยมมาเท่าไหร่ ความนิยมน้อยลงไปเรื่อยๆ เพราะข้อเสียของการร้อยไหมก้างปลา คือ เมื่อระยะเวลาผ่านไปแง่งของไหมก้างปลาที่ยึดเพื่อยกกระชับอาจมีการหักได้ เมื่อไหมที่ร้อยเข้าไปหักก็จะทำให้ใบหน้าคืนสู่สภาพเดิม ไม่เต่งตึงอีกต่อไป ในบางกรณีถ้ามีไหมทะลุออกมานอกผิว การแก้ไขก็ทำได้ยาก เพราะต้องผ่าตัดเพื่อเอาไหมออกมา เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก ซึ่งในปัจจุบันนั้น ได้เริ่มมีการร้อยไหมแบบละลายเข้ามา ดังนั้นการร้อยไหมแบบใหม่ จึงทำให้ได้รับความนิยมมากกว่านั้นเอง

วิธีดูแลให้หน้าเด่งใส หลังทำร้อยไหม

  1. ประคบเย็น 2 วันแรก เพื่อช่วยลดอาการบวมและปวด ประคบครั้งละ 15 นาที ทุกๆ 4 ชั่วโมง ประคบยิ่งบ่อยก็ยิ่งดี หากยังมีอาการปวดอยู่ กินยาแก้ปวดควบคู่ด้วย
  2. อย่าลืมยาแก้อักเสบ ในช่วงสัปดาห์แรกหลังทำการร้อยไหม ต้องยาแก้อักเสบหรือยาฆ่าเชื้ออย่างเคร่งครัด ตามที่แพทย์สั่ง เพื่อป้องกันและช่วยลดการอักเสบและอาการติดเชื้อ
  3. พักผิวหน้า ละเว้นทุกกิจกรรมบนในหน้า ในช่วงนี้ให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เกี่ยวกับใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นการทำทรีทเม้นท์ การนวดบำรุงหน้า การขัดผิวสครับหน้า การอบไอน้ำ รวมถึงการเข้าห้องอบซาวน่าด้วย เพราะในช่วง 2 สัปดาห์แรกสุขภาพผิวยังอ่อนแออยู่ จะยิ่งทำให้ผิวเสี่ยงต่อการเกิดการอักเสบและติดเชื้อได้ ดังนั้นหากไม่อยากเจอกับผลข้างเคียงที่คิดไม่ถึงแล้วละก็ หลีกเลี่ยงกิจกรรมเหล่านี้โดยด่วน

การทำร้อยไหมนั้น จัดว่าเป็นวิธีการเสริมความงาม ช่วยยกกระชับใบหน้าให้เต่งตึง ลดริ้วรอย ช่วยให้หน้าเรียวดูสวยงาม จึงทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์กว่าวัยอย่างเป็นธรรมชาติ และที่สำคัญไม่จำเป็นต้องทำการผ่าตัดให้ยุ่งยาก และที่สำคัญไหมที่ใช้ในการทำนั้นก็สามารถละลายได้เองตามธรรมชาติ แต่ก่อนตัดสินใจทำ ควรปรึกษากับแพทย์เฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อทำให้ทราบถึงรายละเอียดให้ชัดเจนเสียก่อน

ร้อยไหมหน้าเรียว