รีวิวเสริมจมูก (โดยสมาชิกมาแชร์)

การศัลยกรรมที่ติดอันดับยอดฮิต ที่คนไทยนิยมทำกันมากและได้ผลลัพธ์ที่ดี ในปี 2017 นี้คงจะหนีไม่พ้นการเสริมจมูก เนื่องจากการเสริมจมูกในยุคนี้ราคาไม่แพงเหมือนสมัยก่อน อีกทั้งแพทย์ก็มีฝีมือมากยิ่งขึ้น จึงไม่แปลกที่สาวๆ หรือหนุ่มๆ จะหันมาเพิ่มความสวยความหล่อให้กับตัวเอง แต่ก่อนที่เราจะตัดสินใจผ่าตัดเสริมจมูก เรามาเรียนรู้รายละเอียดกันก่อนดีกว่าค่ะ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ควรศึกษาก่อนตัดสินใจเสริมจมูก เสริมจมูกแบบไหน สวยดั่งใจ ใครๆ ก็อยากมอง

การศัลยกรรมจมูก เสริมจมูก แต่งปลายจมูก ตัดปีกจมูก เป็นขั้นตอนการผ่าตัดเพื่อตกแต่ง ปรับขนาดจมูก เพื่อแก้ไขรูปทรงจมูกให้มีความสวยงาม สำหรับใครที่ไม่ต้องการผ่าตัดเสริมจมูก ก็มีทางเลือกอื่นๆ เช่น การฉีดฟิลเลอร์เพื่อเสริมจมูกได้

แชร์ประสบการณ์ให้กับเพื่อนๆ ของคุณ เสริมจมูกที่ไหนดี มาแชร์เลย *สำหรับสมาชิกมาแชร์เท่านั้น (ห้ามคลินิกโพสต์ตั้งกระทู้)

อยากเสริมจมูก เริ่มต้นยังไงดี ?

เสริมจมูกที่ไหนดี ? เริ่มต้นยังไงดี ? เป็นปกติธรรมดาของคนที่คิดว่ากำลังจะเสริมจมูก จะมีคำถามเด้งขึ้นมาว่า “อยากเสริมจมูกค่ะ แต่ไม่รู้ว่าจะไปทำจมูกที่ไหน ทำจมูกทรงไหนให้เหมาะกับหน้า ราคาเสริมจมูกเท่าไหร่ แล้วควรจะเริ่มต้นยังไงดีคะ ?” เรียกได้ว่าเป็นกันทุกคน ส่วนมากก็ค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตแล้วก็จะเจอคำถามเหมือนกันๆ แบบนี้อีกเยอะแยะมากมาย บางคนนอกจากมีคำถามแล้วจะกลัวอีกว่าหลังเสริมจมูกแล้ว จมูกจะทะลุมั้ย จมูกจะเอียงมั้ย จมูกจะเบี้ยวมั้ย ? ยิ่งทำให้คิดหนักเข้าไปอีกว่าแล้วแบบนี้จะเลือกเสริมจมูกที่คลินิกไหน หรือเสริมจมูกกับหมอคนไหน ถึงจะทำจมูกของเราได้สวยและปลอดภัย

วันนี้เลยเขียนแนวทาง หรือคู่มือศัลยกรรม สำหรับผู้เริ่มต้นที่อยากเสริมจมูก ถึงวิธีการเลือกคลินิกศัลยกรรมมีแนวทางอย่างไรบ้าง .. ไปดูกันเลย

ขั้นตอนที่ 1 จะเสริมจมูกหาข้อมูลจากคนรอบข้าง

เริ่มจากคนใกล้ตัวกันก่อนเลย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนเรา ญาติพี่น้อง หรือคนรู้จัก ลองเก็บข้อมูลดูว่าเค้าไปเสริมจมูกที่ไหนกัน แล้วทำจมูกมาแล้วสวยหรือเปล่า อันนี้ดูคร่าวๆ ก่อน ดูรูปทรงว่าสวยถูกใจเราหรือเปล่า ยังไม่ต้องดูถึงรายละเอียดอื่นว่าใช้ซิลิโคนอะไร จมูกทรงอะไร สิ่งที่เราต้องรู้คือ (จดตามเลยนะคะ)

  • เสริมจมูกที่ไหน ?
  • เสริมจมูกราคาเท่าไหร่ ?
  • เสริมจมูกที่คลินิกไหน หรือโรงพยาบาลไหน ?
  • ขั้นตอนการเสริมจมูก ?
  • การติดตามดูแลหลังเสริมจมูก เป็นอย่างไร ?

ข้อดีของการถามเพื่อน หรือคนสนิทที่รู้จักกัน

  • ได้ข้อมูลที่เป็นความจริง ไม่สร้างภาพ ไม่ขายฝัน ดี-ไม่ดี ก็ว่ากันไปตามเนื้อผ้า
  • ความชื่นชอบของเพื่อนกับเราคล้ายกัน คุยกันได้เข้าใจง่ายขึ้น เพราะไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกัน

ส่วนใหญ่แล้วเรากับเพื่อนจะมี Life Style ที่เหมือนๆ กัน ความชอบก็จะใกล้เคียงกัน ดังนั้นการเสริมจมูกก็มีความเป็นไปได้สูงว่าเราจะชอบทรงจมูกที่เหมือนกัน ดังนั้นเพื่อนของเรานี่แหละที่จะเป็นแหล่งข้อมูลชั้นเลิศในการความหาคลินิกศัลยกรรมที่เหมาะกับสไตล์ของเรา

และแน่นอนว่าเพื่อนของเราจะให้ ข้อมูลต่างๆ ที่เป็นความจริง ไม่ได้โม้ เพราะเค้าไม่ใช่คนขาย ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับทางคลินิก ไม่มีประโยชน์ที่เค้าจะมาหลอกเรา จริงมั้ย ? ข้อมูลที่เป็นความจริงนี่แหละที่จะทำให้เราตัดสินใจเสริมจมูกได้ง่ายขึ้น อิอิ

แต่ที่ต้องระวังก็มีนะ บางคนก็เจอเพื่อนยุจนเสียหลัก อย่างแบบว่า นี่เธอๆ เราไปเสริมจมูกมาแล้วเธอไปทำบ้างสิ ไปทำเลยสวยแน่นอน พักแปร๊บบ ดึงสติ ใจเย็นก่อน อย่าเพิ่งตามกระแสนะคะ เพราะบางทีเราอาจจะยังไม่เจอสิ่งที่ใช่ สิ่งที่ชอบมากพอ หรือบางครั้งก็ยังไม่พร้อม แค่หาข้อมูลแต่เจอเพื่อนยุซะแล้ว และอีกอย่างอย่าลืมว่าตอนนี้เราอยู่ขั้นตอนการหาข้อมูลอยู่ ไปดูข้อต่อไปดีกว่า เมื่อได้ข้อมูลแล้วทำอะไรต่อ

ขั้นตอนที่ 2 ชอบจมูกทรงไหน ถามใจดู ?

เมื่อเราเก็บข้อมูลได้ตามข้อ 1 จากแหล่งข้อมูลชั้นเลิศของเรา อย่างที่แนะนำไปแล้ว ทีนี้เรากลับมาถามใจเธอดูสิว่า เอ๊ แล้วตัวเราชอบจมูกรูปทรงแบบไหน เพราะเดี๋ยวนี้จมูกมีหลากหลายรูปทรงมาก ไม่ว่าจะเป็นเสริมจมูกต่อปลายหยุดน้ำ พุ่ง ปังปัง (ระวังพังเพราะจมูกทะลุด้วยน้า) หรือจะเสริมจมูกสไตล์เกาหลี ก็นิยมกันไม่น้อย แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำจมูกทรงอะไรก็ได้ เพราะต้องมาดูองค์ประกอบอื่นหรือข้อจำกัดของเราอีกที แต่ขั้นตอนนี้เอาเป็นว่า ฝันกลางวันกันก่อนว่า ขั้นชอบทรงจมูกแบบนี้ ชั้นอยากเสริมจมูกแบบนี้ เลือกทรงจมูกแบบที่ชอบ ทรงที่ใช่ไว้ได้เลยล่ะค่ะ หรือบางคนก็อยากเสริมจมูกแบบดาราก็เซฟรูปไว้เป็นตัวอย่างได้ ไว้ให้คุณหมอดูตอนเข้าไปปรึกษานะคะ

เวลาเลือกทรงจมูกจากคนอื่นให้ดูรูปหน้าเค้าประกอบด้วยก็จะดีนะคะ อย่างเช่น ดูว่าโครงหน้าของเค้าคล้ายๆ เราหรือเปล่า โหนกแก้ม ความยาวของหน้า ความกว้างของหน้าผาก ถ้าโครงหน้าคล้ายคลึงกัน เป็นไปได้ว่าเวลาเสริมจมูกออกมาแล้วจมูกเราก็สวยเหมือนของเค้าค่ะ เพราะบางทีแค่คิดมันก็มองไม่เห็นภาพ หาคนโครงหน้าคล้ายเราแล้วดูดั้งเค้าว่าเสริมมาแล้วเป็นยังไง นี่แหละเห็นภาพชัดเลย จะได้รู้ด้วยว่าเราเสริมจมูกออกมาแล้วจะได้ประมาณไหน

มองภาพรวมนะจ้ะยูว.. ดูว่าชอบแบบไหน อยากเสริมแบบดั้งโด่งธรรมชาติ หรือโด่งมาก เป็นขั้นตอนของการวางแผลศัลนกรรมละ แต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน บางคนบอกว่าแค่เสริมให้โด่งนิดหน่อย ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ชอบแบบโด่งมาก แต่บางคนบอกจัดเต็มเลย พร้อมกับวางแผนทำคาง ทำตาสองชั้น ทกปากกระจับ เสริมหน้าอก ต่ออีก อันนี้ก็แล้วแต่คนเลยค่ะ แล้วอาชีพด้วย อยากได้แบบไหนก็วางแผนแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่ต้องมาแก้จมูกกันทีหลังนะคะ

ข้อมูลเหล่านี้วางแผนแล้วก็เล่าสู่กันฟังให้คุณหมอด้วยนะคะ คุณหมอจะได้ประเมินและให้คำปรึกษาได้ถูกต้อง ทำจมูกออกมาจะได้สวยสมใจ

ขั้นตอนที่ 3 เสริมจมูกที่ไหนดี ?

หาข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ได้ทรงจมูกที่ชอบแล้ว ก็ถึงเวลาตามหาคลินิก ตามหาคุณหมอกันแล้วล่ะค่ะ .. สำหรับการหาคลินิกเสริมจมูก ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะหาข้อได้ง่ายมาก ดูรูปรีวิวทำจมูก ข้อมูลคลินิก และข้อมูลแพทย์ ซึ่งรูปรีวิวเราสามารถเข้าไปดูรีวิวจากหน้า Facebook , Youtube หรือเว็บไซต์ของคลินิกนั้น หรือจะทั้งไปทางไลน์ของคลินิกที่เราสนใจ เพื่อขอดูรูปรีวิวก็ได้ค่ะ ที่เว็บไซต์มาแชร์ก็มีรูปรีวิวจริงจากสมาชิกให้ดูเยอะแยะมากมายค่ะ

เมื่อเราได้ดูรูปรีวิวแล้ว เราก็จะรู้ว่าเราชอบทรงจมูกแบบไหน คลินิกไหนที่ทำจมูกแบบที่เราชอบ แล้วก็เข้ากับโครงหน้าของเรา (อย่าลืมเลือกหาดูรีวิวของคนที่มีโครงหน้าใกล้เคียงกับเรานะคะ) เวลาดูรีวิวก็ดูเปรียบเทียบก่อนทำจมูก กับหลังทำจมูก เพื่อดูความเปลี่ยนแปลงและผลลัพธ์จากการเสริมจมูก

เมื่อถูกใจรีวิวของคลินิกศัลยกรรมไหน ก็จดเบอร์ หรือกดติดตามเพจ Facebook ไว้ เผื่อเวลาเราต้องการสอบถามอะไร จะได้ไม่ต้องมานั่งหาใหม่ ทางที่ดีเราควรเลือกคลินิกไว้ในใจให้ได้อย่างน้อย 3 คลินิก แล้วค่อยมาตัดสินใจในตอนท้ายที่สุดอีกที

ขั้นตอนที่ 4 ถึงเวลาเข้าไปปรึกษาหมอแล้วค่ะ

เอาล่ะ ถึงกระบวนการสุดท้ายแล้ว เมื่อได้คลินิก 3 แห่งที่ผ่านการคัดกรองมาอย่างดีแล้ว ก็ได้เวลาเข้าไปพบคุณหมอตัวจริงซะที การเข้าปรึกษากับคุณหมอเพื่อให้คุณหมอประเมินว่า รูปทรงจมูกที่เราอยากทำเหมาะกับใบหน้าโครงหน้าของเราหรือเปล่า เรามีข้อจำกัดอะไรบ้าง ควรใช้ซิลิโคนแบบไหน ซึ่งซิลิโคนก็มีหลายแบบให้เลือกตามความเหมาะสม คำถามพวกนี้คุณหมอจะเป็นคนให้คำตอบค่ะ

ถ้าเราสามารถไปปรึกษาทั้ง 3 คลินิกได้ยิ่งดีค่ะ เพราะเราจะได้ทราบถึงแนวทางการรักษาของคุณหมอแต่ละท่าน บางครั้งคุณหมอแต่ละท่านก็ให้คำปรึกษาที่ไม่เหมือนกัน เราจะได้ตัดสินใจง่ายขึ้นด้วยว่าชอบแนวทางของคุณหมอท่านไหน รวมทั้งได้เข้าไปดูสถานที่คลินิกจริงๆ ด้วยว่า เราชอบหรือไม่ การบริการต้อนรับดีมั้ย เพื่อเป็นส่วนประกอบในการตัดสินใจรอบ Final ค่ะ

สุดท้ายนี้ก็ขึ้นอยู่กับพอใจของแต่ละคน 4 ขั้นตอนที่แนะนำมาข้างต้น เป็นเพียงคู่มือแนะนำ สุดท้ายแล้วจะเลือกเสริมจมูกที่คลินิกไหนก็เลือกตามหัวใจของเราได้เลยนะคะ

ข้อมูลศัลยกรรมจมูก

วัสดุที่ใช้เสริมจมูก

การศัลยกรรมเสริมจมูก แบ่งตามวัสดุที่ใช้ได้ 3 แบบ คือ

  1. การเสริมจมูกโดยใช้วัสดุทางการแพทย์ จำพวก ซิลิโคน, ฟิลเลอร์, กอร์-เท็กซ์ (Gore – Tex) ในการเสริมจมูกให้กับคนไข้ ซึ่งวัสดุต่างๆ เหล่านี้มีหลายเกรดนะคะ ขึ้นอยู่กับราคา ความเหมาะสม รวมทั้งการพิจารณาของแพทย์ด้วย
  2. การเสริมจมูกโดยใช้กระดูกส่วนต่างๆ ในร่างกายคนไข้ เพื่อนๆ รู้หรือไม่ว่า ชิ้นส่วนในร่างกายของเราบางชิ้น สามารถนำมาใช้เสริมจมูกได้ ตัวอย่างเช่น กระดูกอ่อนใบหู, กระดูกอ่อนซี่โครง แม้กระทั่งไขมันในร่างกายของเราก็สามารถนำมาฉีด เพื่อเสริมจมูกได้
  3. การเสริมจมูกโดยใช้วัสดุทางการแพทย์ ร่วมกับกระดูกชิ้นส่วนต่างๆ ในร่างกาย อันนี้เรียกลูกผสมค่ะ เพื่อให้จมูกออกมาสวยงาม ตรงตามความต้องการของคนไข้ และดูเป็นธรรมชาติมากที่สุดนั่นเอง (แพทย์เก่งเนอะ เข้าใจทำอะ นำมาผสมผสานกันอย่างลงตัว)

ขั้นตอนการศัลยกรรมเสริมจมูก ที่ทุกคนควรรู้ไว้

  1. ปรึกษาแพทย์ว่าเราต้องการจะเสริมจมูกแบบไหน ใช้วิธีอะไร โดยแพทย์จะทำการตรวจเช็คสภาพจมูกของเพื่อนๆ ก่อน จากนั้นจะแนะนำว่าเราเหมาะกับการทำโดยใช้วิธีไหน แบบใด และนัดวันผ่าตัด
  2. เมื่อถึงวันผ่าตัด แพทย์จะทำความสะอาดบริเวณที่จะทำการผ่าตัด เช่น สันจมูก โพรงจมูก ปีกจมูก และบริเวณรอบๆ ด้วย
  3. แพทย์ใช้ยาชาเฉพาะจุด ซึ่งอาจเป็นการฉีด หรือ ทา ก็ได้ บางแห่งจะมีการวางยาสลบคนไข้ เพื่อลดความกังวลด้วยค่ะ
  4. แพทย์เริ่มทำการผ่าตัด โดยระยะเวลาในการทำจะอยู่ที่ประมาณ 45 นาที – 2 ชั่วโมง อันนี้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ และความชำนาญของแพทย์แต่ละท่านด้วย (ใครชั่วโมงบินสูงก็เร็วหน่อย)
  5. แพทย์อาจให้เพื่อนๆ นอนพักสัก 30 นาที – 1 ชั่วโมง เพื่อให้ยาชาหรือยาสลบหมดฤทธิ์ก่อน จึงจะอนุญาตให้เพื่อนๆ กลับบ้านได้

เทคนิคการศัลยกรรมเสริมจมูก สามารถแบ่งตามลักษณะการทำได้ 2 แบบ คือ

  1. การเสริมจมูกแบบเปิด แบบนี้จะมีการกรีดสันจมูกตามแนวยาว จากด้านนอก จากนั้นแพทย์จะค่อยๆ แยกส่วนเนื้อเยื่อ และกระดูกจมูกออก แล้วค่อยทำการเสริมจมูกให้คนไข้
  • ข้อดี คือ ง่ายต่อการจัดวางวัสดุที่นำมาเสริมจมูก สามารถปรับแต่งและจัดวางได้เต็มที่
  • ข้อเสีย คือ อาจมีรอยแผลให้เห็น หรือ บางรายอาจมีแผลเป็น เพราะมีการกรีดจากภายนอก (ซึ่งอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของคุณหมอด้วยค่ะ)
  1. การเสริมจมูกแบบปิด แบบนี้จะมีการกรีดภายในโพรงจมูก แล้วจึงใส่วัสดุเสริมจมูกเข้าไปทางด้านใน
  • ข้อดี คือ ไม่ทิ้งรอยแผลให้ใครเห็น (ถึงแม้จะมีรอยแผลเป็น สาวๆ ก็ไม่เดือดร้อน เพราะรอยแผลอยู่ข้างใน แม้แต่ตัวเองยังมองไม่เห็นเลยจริงมะ)
  • ข้อเสีย คือ การจัดวางวัสดุเสริมจมูก ทำได้ยาก ต้องใช้แพทย์ที่มีประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญสูง

การเสริมจมูกด้วยวัสดุทางการแพทย์ แบบไหน โดนใจสุดๆ

ซิลิโคน มีลักษณะเหมือนพลาสติกแต่มีหลายเกรด ความอ่อนนุ่มต่างกันไป ไม่มีอันตรายต่อร่างกาย (แต่บางรายร่างกายก็ต่อต้านนะ เพราะยังไงมันก็เป็นสิ่งแปลกปลอมอยู่ดี) มีคุณสมบัติในการคงรูปทรงได้ดี ไม่เปลี่ยนรูปทรงง่ายๆ (ไม่ได้หมายความว่าจะแข็งเหมือนหินนะคะ ยังพอมีความยืดหยุ่น และบิดโค้งได้ในระดับหนึ่ง) ซึ่งยังถูกแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ

เสริมจมูก
ตัวอย่าง ซิลิโคนเสริมจมูก
  1. แบบสำเร็จรูป
  • ข้อดี คือ รูปทรงแน่นอน ไม่ค่อยมีการบิดเบี้ยว ผิดทรง หรือ เอียง มากนัก
  • ข้อเสีย คือ ไม่เหมาะสมกับทุกคน คนที่มีเนื้อจมูกน้อยอาจดูไม่เป็นธรรมชาติ (เห็นแท่งซิลิโคน) ส่วนคนที่มีเนื้อปลายจมูกน้อย บางครั้งอาจทำให้ซิลิโคนทะลุ (อึ๋ย น่ากลัวอะ)
  1. แบบเหลาได้
  • ข้อดี คือ สามารถปรับรูปทรงได้ดั่งใจ ไม่ว่าคนไข้จะมีโครงสร้างจมูกแบบไหน ก็สามารถเหลาให้เข้ากันได้
  • ข้อเสีย คือ อาจมีการผิดรูป บิดเบี้ยว ไม่ได้ทรง ไม่สมส่วน ขึ้นอยู่กับฝีมือ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญ ในการเหลาซิลิโคนของแพทย์ล้วนๆ

ฟิลเลอร์เสริมจมูก คือสารประกอบคอลลาเจนตัวหนึ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกายของเรา แต่เค้าสกัดออกมาเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานเฉพาะที่ โดยมันจะทำหน้าที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวบริเวณที่ฉีด นอกจากนั้นยังทำให้ผิวหนังอิ่ม เต็ม เต่งตึง ขึ้นด้วย จึงมีการนำมาฉีดเพื่อเสริมส่วนที่ยุบ บุ๋ม เว้า ขาดหายไป อย่างบริเวณดั้งจมูกของเราไงคะ

  • ข้อดี คือ ไม่ต้องผ่าตัด เหมาะสำหรับท่านที่ไม่ต้องการพักฟื้น กลัวการผ่าตัด ไม่ต้องการปรับเปลี่ยนรูปทรงของจมูกมากนัก มีจมูกที่ได้รูปอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องการเสริมเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยเท่านั้น
  • ข้อเสีย คือ หากเจอฟิลเลอร์ปลอม (ใช้ซิลิโคนเหลวแทน) ร่างกายอาจเกิดการต่อต้าน เช่น มีอาการคัน บวม ปวด ช้ำ อักเสบ และบางกรณีมีอาการฟิลเลอร์ไหล อาจทำให้รูปทรงจมูกบิดเบี้ยวได้ และการแก้ไขทำได้ยากมากๆ

กอร์-เท็กซ์ (Gore – Tex) เป็นวัสดุทางการแพทย์ตัวใหม่ที่เข้ามาแทนที่ซิลิโคนแบบแท่ง เป็นสารสังเคราะห์คล้ายกับซิลิโคน แต่มีความสามารถในการยึดเกาะกับเนื้อเยื่อของผิวหนังได้ดีกว่าซิลิโคนมากเลยละค่ะ

  • ข้อดี คือ หากใส่เข้าไปในเนื้อเยื่อแล้ว จะมีการเกาะยึดที่ดี ไม่เลื่อนไปมาง่ายๆ ได้รูปทรงค่อนข้างแน่นอน
  • ข้อเสีย คือ หากมีความผิดพลาดเกิดขึ้นหลังจากทำการเสริมจมูกแล้ว จะแก้ไขได้ยาก (เพราะมันเกาะยึดดีไง) ข้อเสียอีกอย่างคือ ปรับแต่งรูปทรงยาก เพราะกอร์ – เท็กซ์ เป็นวัสดุที่มีความแข็ง นอกจากนั้น ราคาของเจ้ากอร์ – เท็กซ์ ยังสูงมากอีกด้วย

การเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อนใบหู ฟังดูน่ากลัว แต่ชัวร์กว่า

สำหรับการเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อนบริเวณใบหูของคนไข้เอง นับว่าเป็นวิธีที่เสี่ยงน้อยกว่าการใช้วัสดุทางการแพทย์ เนื่องจากมันเป็นชิ้นส่วนในร่างกายของเราเอง ดังนั้นจึงตัดปัญหาเรื่องการต่อต้านสิ่งแปลกปลอมของร่างกายไปได้เลย เหมาะสำหรับท่านที่ปลายจมูกบางมาก แต่ต้องการทำให้โด่ง รวมทั้งงานแก้สำหรับท่านที่ปลายจมูกเกือบจะทะลุจากการเสริมจมูกแบบซิลิโคน ก็จำเป็นต้องใช้กระดูกอ่อนบริเวณใบหูมาเสริมค่ะ

  • ข้อดี คือ จมูกที่ทำดูเป็นธรรมชาติมากๆ สามารถขยับไปมาได้ และ ไม่มีการต่อต้านจากร่างกาย
  • ข้อเสีย คือ คนไข้จะใช้เวลาในการฟื้นตัวนานกว่าการเสริมจมูกแบบอื่นๆ อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องการจัดรูปทรงของจมูกให้เป็นไปตามต้องการอีกด้วย (เนื่องจากเป็นกระดูกอ่อน รูปร่างจึงไม่คงตัว อ่อนไปมาได้)

การเสริมจมูกด้วยไขมันตัวเอง สุดเจ๋ง ไม่เป็นอันตราย

อีกหนึ่งในวิธีการเสริมจมูกที่ค่อนข้างปลอดภัย และมีความเสี่ยงต่ำ แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไหร่ วิธีการเสริมจมูกแบบนี้เหมาะกับท่านที่ไม่ต้องการผ่าตัดเอาสิ่งแปลกปลอมเข้าร่างกาย ไม่ต้องการเจ็บตัว และไม่ต้องการเสี่ยงจากการต่อต้านของร่างกาย ข้อดีและข้อเสียมีอะไรบ้าง มาดูกันค่ะ

  • ข้อดี คือ ร่างกายไม่มีการต่อต้านอะไรเลย เพราะมันคือไขมันจากตัวเราเอง ซึ่งแพทย์จะนำมาจากส่วนต่างๆ ของร่างกายเช่น หน้าท้อง ต้นขา ฯลฯ และนำมาฉีดเพื่อเสริมจมูกให้กับคนไข้
  • ข้อเสีย คือ ไขมันที่ฉีดเข้าไปสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ ในระยะยาว จมูกที่เสริมอาจมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้บ้าง เช่น มีการยุบตัวลง เนื่องจากไขมันบางส่วนสลายตัวไปนั่นเอง

เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนไปเสริมจมูก

ก่อนที่จะเสริมจมูก มีคำแนะนำเล็กน้อย ให้เพื่อนๆ ได้รู้เอาไว้เพื่อประโยชน์ของตัวเพื่อนๆ เอง ถือซะว่าเป็นการเตรียมตัวก่อนจะขึ้นเขียงก็แล้วกัน จะมีอะไรบ้างนั้นตามมาเลยค่ะ

  1. ก่อนการผ่าตัด 1 สัปดาห์ ให้หลีกเลี่ยงการกินยาคุม ยาแอสไพริน ยากระตุ้นฮอร์โมน ยาแก้อักเสบ ยาลดความอ้วน รวมทั้งอาหารเสริมด้วย เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะมีผลต่อการแข็งตัวของเลือดค่ะ (หากเราผ่าตัดแล้วเลือดไหลไม่หยุด หยุดช้า หรือ เลือดไม่แข็งตัว คิดดูสิคะว่าอะไรจะเกิดขึ้น)
  2. หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มี Alcohol และ หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ด้วย (รู้เปล่าว่ามันทำให้แผลหายช้าอะ)
  3. หากอยู่ในช่วงที่มีประจำเดือนให้งดการผ่าตัดทุกชนิดนะค่ะ (เพราะสาวๆ เสียเลือดมากอยู่แล้ว อย่าเสี่ยงดีกว่า)
  4. หากเพื่อนๆ แพ้ยาตัวไหนให้รีบบอกแพทย์นะ เค้าจะได้รู้และหลีกเลี่ยงการใช้ยาประเภทนั้นๆ
  5. ล้างหน้า ล้างจมูก และทำความสะอาดบริเวณที่จะทำการผ่าตัดให้เรียบร้อยก่อนการผ่าตัด (อย่าลืมว่าในสัปดาห์แรก ห้ามแผลโดนน้ำนะ)
  6. หลีกเลี่ยงการกินอาหารที่ย่อยยาก จำพวกเนื้อสัตว์ต่างๆ ฯลฯ

หลังผ่าตัดเสริมจมูก ทำตัวอย่างไร ปลอดภัย ไร้อาการแทรกซ้อน

  1. แนะนำให้นอนหมอนสูง เพื่อลดการปวด บวม ช้ำ และลดเลือดคั่งที่จมูก
  2. หลีกเลี่ยงการนอกตะแคง ทั้งซ้าย และขวา (จมูกเบี้ยวไม่รู้ด้วยนะเอ้า)
  3. หากมีอาการปวด บวม เล็กๆ น้อยๆ เพื่อนๆ สามารถใช้น้ำแข็งทำการประคบเย็นร่วมด้วยก็ได้ค่ะ
  4. ระวังอย่าให้แผลโดนน้ำ เพราะแผลจะหายช้า
  5. ไม่ใส่แว่นตาใหญ่ๆ น้ำหนักมาก (แว่นตาแฟชั่น) เพราะแว่นตาจะกดทับแผลที่ผ่าตัด อาจเกิดการอักเสบได้
  6. หลีกเลี่ยงอาหารรสจัดต่างๆ เช่น เผ็ดจัด เค็มจัด หวานจัด
  7. หลีกเลี่ยงอาหารหมักดองต่างๆ เช่น ผลไม้ดอง ผลไม้แช่อิ่ม ปลาร้า แหนม ปูดอง ส้มตำ ฯลฯ
  8. หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มี Alcohol เป็นส่วนผสม รวมทั้งงดสูบบุหรี่ด้วย (มันจะทำให้แผลหายช้า)
  9. หลีกเลี่ยงกิจกรรมต่างๆ ที่อาจมีการกระทบกระเทือนต่อจมูก เช่น การสั่งน้ำมูกแรงๆ, การออกกำลังกายหนักๆ (อันนี้จะทำให้ความดันเลือดสูงขึ้น อาจทำให้แผลปริ แตกได้) รวมไปถึงการเล่นกีฬากลางแจ้ง (อุณหภูมิสูง แสงแดดแรง อาจทำให้แผลอักเสบได้เช่นกัน)
  10. ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และกินยาตามแพทย์สั่งด้วยนะ
  11. หากมีเพื่อนๆ รู้สึกว่าแผลมีอาการปวด บวม ช้ำ มีสีผิดปกติ หรือ มีน้ำหนองไหลซึมออกมา ให้รีบไปพบแพทย์นะคะ อย่ารอช้า

ปัญหาและผลข้างเคียงจากการผ่าตัดเสริมจมูก

  1. หลังจากทำการเสริมจมูกมาแล้ว บางท่านจมูกเบี้ยว บิด เอียง ไม่ได้รูป สาเหตุอาจมาจาก ซิลิโคนที่ใส่เข้าไป เหลามาไม่ดี ไม่ได้รูป แพทย์ไม่มีประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญพอ หรือ อาจเป็นเพราะจมูกได้รับแรงกระแทกค่ะ อันนี้สาวๆ ต้องระวังไว้ด้วยนะ
  2. ซิลิโคนเสริมจมูกทะลุออกมาบริเวณปลายจมูก สาเหตุนี้ส่วนใหญ่มักเกิดจากซิลิโคนที่เสริม มีขนาดยาวกว่าโครงสร้างจมูกของเรา ตอนใส่แรกๆ ก็ดี สวย ได้รูป แต่พอระยะเวลาผ่านไป เนื่อเยื่อต่างๆ เริ่มเข้าที่ มีการหดรัดตัวมากขึ้น แต่ซิลิโคนไม่หดตาม มันเลยทะลุออกมานอกผิวหนัง (น่ากลัวนะ)
  3. ซิลิโคนเลื่อนไปมา เอามือจับขยับได้ สาเหตุมาจากซิลิโคนยังไม่เข้าที่เข้าทาง มันยังไม่ยึดติดกับเนื้อเยื่อของเรา มักเป็นในช่วงแรกๆ หลังการผ่าตัด หากเกิดขึ้นกับเพื่อนๆ แล้วละก็ ให้ไปพบแพทย์เพื่อทำการขยับให้อยู่ในรูปทรงเดิมค่ะ (อย่าพยายามขยับด้วยตัวเอง เพราะอาจผิดรูปไปมากกว่าเดิม)

ตอนนี้เพื่อนๆ เลือกวิธีการเสริมจมูกได้หรือยังคะ หรือ ล้มเลิกความคิดไปแล้ว? อย่างไรก็ตาม ทุกการศัลยกรรม ทุกการตกแต่ง ย่อมต้องแลกมาด้วยความเสี่ยง และเงินทอง ดังนั้นเราต้องให้ความสำคัญในเรื่องของความปลอดภัย ความสะอาด และความเชี่ยวชาญของแพทย์ที่ทำการเสริมจมูกให้มาก อย่าลืมนะคะ สวยแล้วต้องปลอดภัยด้วย

เสริมจมูกที่ไหนดี