รีวิวปลูกผม (โดยสมาชิกมาแชร์)

“สร้างความมั่นใจให้คุณอีกครั้ง ด้วยการปลูกผมถาวร” รีวิวศัลยกรรมปลูกผม

แชร์ประสบการณ์ให้กับเพื่อนๆ ของคุณ ปลูกผมที่ไหนดี มาแชร์เลย *สำหรับสมาชิกมาแชร์เท่านั้น (ห้ามคลินิกโพสต์ตั้งกระทู้)

ปลูกผม ศัลยกรรมปลูกผม ปลูกผมถาวร

สร้างความมั่นใจ ปลูกผมใหม่ ด้วยศัลยกรรม

การมีเส้นผมสวยมีน้ำหนัก ดกดำอยู่เสมอนั้น ย่อมเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ใบหน้าดูดี แถมการมีผมดกดำยังเป็นสิ่งที่สร้างความมั่นใจได้เป็นอย่างมาก แต่ด้วยปัญหามลภาวะ ความเครียด หรือความอ่อนแอทางร่างกาย จึงทำให้เส้นผมที่เคยดกดำบางลงไปเรื่อยๆ จนในที่สุดหลายๆ คนประสบปัญหากับหนังศีรษะบาง หัวล้าน จึงต้องหาวิธีการแก้ไขโดยด่วน ซึ่งในปัจจุบันได้การศัลยกรรมที่จะช่วยทำให้เส้นผมงอกได้ ซึ่งวันนี้เรามีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับการปลูกผมมาฝากกัน

การปลูกผมมี 2 วิธี

คือ การปลูกเส้นผมจริง กับการปลูกเส้นผมเทียม

การปลูกเส้นผมจริง

การปลูกผมจริง ซึ่งหลักการปลูกผมด้วยวิธีนี้ จะทำการย้ายรากผมจากบริเวณท้ายทอยของคนไข้มาปลูกในบริเวณที่ไม่มีเส้นผม ซึ่งข้อดีคือจะทำให้ผมที่ปลูกใหม่ขึ้นเป็นธรรมชาติเหมือนผมปกติทั่วไปไม่หลุดร่วง

  • ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนทำ คนไข้จะต้องงดการตัดผมอย่างน้อย 2 อาทิตย์ และรับประทานอาหารก่อนก่อนวันที่จะเข้ารักษา ซึ่งในขั้นตอนการทำ แพทย์จะทำการฉีดยาชาและให้ยานอนหลับอย่างอ่อน เพื่อไม่ให้คนไข้รู้สึกเจ็บในระหว่างที่ทำการรักษาอยู่ จากนั้นจึงทำการตัดย้ายรากผมจากบริเวณท้ายทอย แล้วจึงนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ก่อนที่จะนำไปปลูกในบริเวณที่ไม่มีเส้นผม โดยจะใช้เข็มฉีดยาขนาดเล็กพิเศษเปิดให้มีจุดช่องว่าง แล้วจึงใส่รากผมที่เตรียมไว้ลงไปในแต่ละจุด จนเต็มบริเวณหนังศีรษะที่ต้องการปลูกผม และที่สำคัญไม่ต้องกังวลกับปัญหาแผลผ่าตัดที่อยู่บริเวณท้ายทอย เพราะหลังจากที่แพทย์ทำการผ่าตัดย้ายรากผมออกไปแล้ว ก็จะเย็บหนังศีรษะให้ติดกันเหมือนเดิม เมื่อแผลหายสนิทก็จะแทบมองไม่เห็นรอยแผลเป็น และยังมีเส้นผม
  • การปลูกเส้นผมจริง โดยทั่วแล้วการปลูกเส้นผมจะใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ส่วนจำนวนครั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความมากน้อยของบริเวณที่ปลูก โดยเฉลี่ยแล้วก็ประมาณ 2 – 4 ครั้ง หลังจากปลูกผมในแต่ละครั้งคนไข้สามารถกลับบ้านได้เลยไม่ต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล และสิ่งที่สำคัญในช่วงวันแรกหลังเข้ารับการรักษาควรนอนในท่าศีรษะสูง เพื่อช่วยลดอาการบวมของศีรษะให้เร็วขึ้น และควรงดสระผมในช่วง 2 วันแรก และหลังจากนั้นจึงสระผมทุกวันด้วยแชมพูชนิดอ่อน งดสูบบุหรี่หรือการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ชั่วคราว และไม่ควรออกกำลังกายอย่างหักโหม หลังจากนั้นอีก 2 สัปดาห์ จึงมาพบแพทย์ตามนัด เพื่อติดตามผลการรักษาและตัดไหม
  • หลังการปลูกเส้นผมจริง หลังจากทำการรักษาเสร็จแล้ว เส้นผมที่ติดมาเล็กน้อยกับรากผมจะค่อยๆ หลุดร่วงไปแล้วจะเกิดเส้นผมกลุ่มใหม่ขึ้นมาแทนที่ ซึ่งจะใช้ระยะเวลาประมาณ 3 เดือน หรือสำหรับผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการชา หนังศีรษะที่ได้รับการปลูกผม ซึ่งเป็นอาการปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่อาการจะคงอยู่เพียงชั่วคราวเท่านั้น

การปลูกเส้นผมเทียม

การปลูกเส้นผมเทียม ซึ่งถือว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยเสริมสร้างเส้นผมที่ถาวร ซึ่งวิธีการนี้ยังไม่แพร่หลายนักในประเทศไทย แต่ในญี่ปุ่นและยุโรปได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เส้นผมเทียมนั้นเป็นสารสังเคราะห์โพลีเอธิลีน เทเลพทาเลท (Polyethylene terephthalate) ซึ่งไม่ก่อให้เกิดอันตรายหรือปฏิกิริยาใดๆ ต่อร่างกาย มีหลากหลายสีให้เลือกตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล เช่น สีดำ สีน้ำตาลอ่อน น้ำตาลแก่ เป็นต้น

  • ขั้นตอนการปลูกผมเทียม โดยในขึ้นตอนแรกแพทย์จะออกแบบการวางแนวผมที่ปลูกให้ดูเป็นธรรมชาติและเหมาะสมกับคนไข้แต่ละราย จากนั้นจึงฉีดยาชาไปที่บริเวณหนังศีรษะ แล้วจึงนำเส้นผมเทียมปักลงไปตามตำแหน่งที่กำหนดไว้ ระยะในการปลูกผมนั้นขึ้นอยู่กับความมากน้อยของบริเวณที่ทำ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ชี้แจงให้ทราบ หลังจากการปลูกผมเทียม คนไข้ก็สามารถกลับบ้านได้เลย ไม่ต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล
  • หลังจากการปลูกผม ให้งดการสระผมในช่วง 3 วันแรก หลังจากนั้นจึงสระผมได้ตามปกติ แต่ให้ใช้แชมพูอ่อน ๆ หรือแชมพูจากทางโรงพยาบาล ที่จัดเตรียมให้ ในช่วง 1 เดือนแรกต้องระมัดระวังการหวีผม โดร์ผม หรือเป่าผม เนื่องจากเส้นผมที่ทำการปลูกไว้ยังไม่แข็งแรง และห้ามหมักโคลนอบน้ำร้อนอย่างเด็ดขาด เพราะโคลนอาจดึงเส้นผมติดออกมาได้ ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วเส้นผมเทียมที่ปลูกไว้จะหลุดออกมาประมาณ 10 – 20% ต่อปี ดังนั้นจึงควรเข้ารับการปลูกซ่อมแซมบางส่วนเพิ่มเติมปีละ 1 – 2 ครั้ง

วิธีปลูกผมแนวใหม่ ป้องกันหัวล้าน

ก่อนอื่นนั้นเราลองมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า วงจรของการเกิดเส้นผมนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไรบ้าง และเส้นผมของเราเกิดการหลุดร่วงได้อย่างไร เกิดจากสาเหตุไหน รวมถึงวิธีการเตรียมตัวอย่างไรให้ถูกต้อง ก่อนทำการรักษา

  • Hair Cycle การเติบโตของเส้นผมในระยะแรกเรียกว่า ANAGEN เป็นระยะการเติบโตของเส้นผม หลังจากนั้นก็จะโตไปได้อีก 2 – 3 ปี แล้วจึงเข้าสู่ระยะพัก มีชื่อเรียกว่า Catagen และเมื่อถึงระยะสุดท้ายจะเข้าสู่ระยะเสื่อม ซึ่งเรียกว่า Telogen ซึ่งมีระยะเวลา 2 – 3 เดือน แล้วเส้นผมจึงหลุดร่วงออกไป ซึ่งหลังจากนั้นอีกไม่นานก็จะเกิดเส้นผมใหม่ขึ้นมาทดแทน และก็จะเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ แต่หากอายุของเราเพิ่มมากขึ้นอัตราการทำงานของเส้นผมก็จะเปลี่ยนไป กระบวนการเหล่านี้จะหดสั้นลงและผมร่วงเร็วมากขึ้น ปริมาณผมที่เกิดขึ้นใหม่จะน้อยและตายเร็วขึ้น โดยทั่วไปแล้วจะเริ่มมีปัญหาเส้นผมหลุดร่วงมากตามช่วงอายุ โดยประมาณ 30 ปี พบประมาณ 30% ช่วงอายุ 40 ปี จะพบได้ประมาณ 40% และจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น และปัจจัยอื่นๆ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่มีผลทำให้เส้นผมบางก็คือเรื่องของกรรมพันธุ์ร่วมกับความเครียดและการขาดสารอาหาร
  • ตรวจสุขภาพก่อนทำการรักษา เรื่องความปลอดภัยนั้นเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ดังนั้นในขั้นตอนเริ่มต้นของการรักษาแพทย์จะเริ่มด้วยการตรวจร่างกายก่อนเสมอ ว่าคนไข้มีโรคประจำตัวอยู่หรือเปล่า เพื่อจะได้ทำการรักษาอย่างตรงจุดมากที่สุด เพราะถ้าหากมีโรคประจำตัวบางอย่างอาจจะทำให้ผมไม่ขึ้นได้ หลังจากนั้นแพทย์จะทำการเจาะเลือดโดยการวัดฮอร์โมนทุกตัวในร่างกายเป็นหลัก เพราะเมื่อผู้หญิงและผู้ชายอายุเพิ่มมากขึ้นระดับฮอร์โมนก็จะค่อยๆ ต่ำลงไปด้วย จึงทำให้ร่างกายสูญเสียพลังงาน กล้ามเนื้อฝ่อลง จึงทำให้เส้นผมอ่อนแอลงได้ ซึ่งการปรับระดับฮอร์โมนในร่างกายจะช่วยทำให้สุขภาพเส้นผมดีขึ้นได้ หลังจากนั้นแพทย์จะตรวจหาโรคของหนังศีรษะ ว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้เกิดผมร่วง โดยการเช็คสภาพหนังศีรษะทั้งหมด หากไม่พบปัญหาใด ๆ แพทย์ก็จะเริ่มทำการวิเคราะห์เส้นผมด้วยเครื่อง Total Hair Diagnosis System เมื่อส่องเข้าไปจะสามารถวิเคราะห์ความหนาแน่นของเส้นผมได้ อันได้แก่ สภาพเส้นผม ปริมาตรผมในปัจจุบัน เพื่อใช้เก็บไว้เป็นข้อมูลในการรักษาให้ตรงกับอาการมากที่สุด
  1. กินยารักษาผมร่วง การรักษาด้วยวิธีนี้เหมาะมากสำหรับคนที่มีปัญหาผมร่วงซึ่งเกิดมาจากกรรมพันธุ์ ซึ่งจะใช้ตัวยาที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก อ.ย. ของทั้งไทยและต่างประเทศ ซึ่งผู้ชายจะรับประทานยาในกลุ่ม Finasteride ซึ่งเป็นยาต้านกรรมพันธุ์ที่จะช่วยขัดขวางเอนไซม์ที่ทำให้เกิดผมร่วง โดยให้รับประทานคู่กับยากระตุ้นเส้นผม Minoxidil ซึ่งมีผลทำให้เส้นผมงอกตัวเร็วและหนาขึ้น ซึ่งมีข้อดีคือแทบไม่พบผลข้างเคียงเลย จึงส่งผลทำให้การทำลายเส้นผมจากกรรมพันธุ์หยุดลง จะเริ่มเห็นผลอย่างชัดเจนภายในระยะเวลา 3 เดือน ข้อเสียของยากลุ่มนี้จะไม่เหมาะสำหรับผู้หญิง เพราะฤทธิ์ยาจะไปรบกวนการทำงานของระบบฮอร์โมนในผู้หญิง จึงอาจทำให้เกิดปัญหาเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีขนขึ้นมากผิดปกติตามร่างกาย
  2. Hair Treatment รักษาผมร่วง วิธีนี้เหมาะสำหรับกลุ่มผู้หญิงที่มีปัญหาผมร่วง ส่วนใหญ่แล้วจะรักษาควบคู่ไปกับการกินวิตามินและแร่ธาตุ ซึ่งการรักษาด้วยวิธีนี้จะมีอยู่ 4 ขั้นตอน เริ่มด้วยการทำความสะอาดหนังศีรษะด้วยแชมพูยา แล้วจึงใช้น้ำแรงดันสูงในการล้าง ขั้นตอนที่ 2 ใช้เคมีใส่ที่ผมเพื่อลดการอุดตันของหนังศีรษะ ขั้นตอนที่ 3 ใส่ทรีทเม้นท์เข้าไป เพื่อช่วยปรับสภาพเส้นผมให้แข็งแรงขึ้น แล้วจึงใส่น้ำยาต้านเอนไซม์ DHT (Dinydrotestoneterone) เพื่อช่วยบล็อกฮอร์โมน ที่จะมาทำลายเส้นผม และในขั้นตอนสุดท้ายของการรักษา จะใช้คลื่นอัลตราโซนิกเพื่อกระตุ้นหนังศีรษะ และเลเซอร์ เน้นแสงสีแดงเพื่อเพิ่มการดูดซึมของยา และกระตุ้นหนังศีรษะร่วมด้วย ข้อดีของการรักษานี้คือไม่ต้องรับประทานยา สามารถจัดการกับสาเหตุที่ทำให้ผมไม่ขึ้นได้อย่างตรงจุด และไม่มีผลข้างเคียงใดๆ โดยจะทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ผมก็จะเริ่มดีขึ้นในช่วงเดือนที่ 2 – 3 และไม่มีข้อจำกัดในการทำ ข้อเสียของการรักษาด้วยวิธีนี้อาจจะต้องใช้เวลาในการทำต่อครั้งค่อนข้างนานเพราะมีหลายขึ้นตอน และต้องมารับการรักษาที่ศูนย์บริการเท่านั้น
  3. การฉีดยาเพื่อหยุดผมร่วง วิธีการนี้เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังเผชิญปัญหาผมร่วงอย่างรุนแรง เช่น ผู้หญิงหลังตั้งครรภ์ หรือผู้ที่ผ่าตัดแล้วเกิดอาการผมร่วงมากผิดปกติ การรักษาด้วยวิธีนี้ จะใช้เครื่องอัดน้ำยาเข้าไปที่หนังศีรษะ โดยน้ำยาที่ใช้มีอยู่ 2 ประเภท คือ Hair Loss Control ลดการหลุดร่วงของผมทันที หรือบางคนจะใช้ Platelet Rich Plasma Therapy ซึ่งเป็นสารสกัดจากเกล็ดเลือด หรืออาจมีการใช้สารสกัดจากสเต็มเซลล์มาช่วยร่วมด้วย ข้อดีนั้นคือเห็นผลเร็ว สามารถลดการหลุดร่วงของผมภายในหนึ่งสัปดาห์ ส่วนข้อเสียเหมาะกับคนที่มีผมร่วงแบบฉับพลันมากกว่า
  4. การเติม Hair fiber ปิดหนังศีรษะ วิธีการนี้ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่จำเป็นต้องออกงาน ที่จำเป็นต้องอาศัยภาพลักษณ์ให้ดูดีอยู่เสมอ โดยการใช้ไฟเบอร์โรยให้ทั่วบริเวณศีรษะ ไฟเบอร์จะเข้าไปเกาะกับผมจริงที่มีอยู่ และช่างจะค่อยแต่งทรงของไฟเบอร์ให้เข้ากับทรงผมจริง สะดวก ไม่ต้องรอเวลานาน เห็นผลทันที เห็นผลชั่วคราว ไม่ใช่ผมจริง เหมาะสำหรับเสริมบุคลิกแบบเร่งด่วน

การผ่าตัดศัลยกรรมปลูกผมนั้น เป็นวิธีการแก้ไขปัญหาผมขาดหลุดร่วง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้หนังศีรษะบาง และทำให้เกิดหัวล้านในที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่ให้ขาดความมั่นใจ ซึ่งการผ่าตัดนั้นก็ให้ผลที่น่าพึงพอใจ และยังมีวิธีการรักษาผมร่วงแบบใหม่อีกหลายวิธีที่ได้ผลดี ไม่แพ้การผ่าตัดอีกด้วย