รีวิวฉีดฟิลเลอร์ (โดยสมาชิกมาแชร์)

รีวิวฉีดฟิลเลอร์เสริมจมูก ฉีดฟิลเลอร์เสริมคาง ฉีดฟิลเลอร์เสริมหน้าผาก ฉีดฟิลเลอร์เติมริมฝีปาก ร่องตา โหนกแก้ม หรือฉีดฟิลเลอร์เพื่อยกกระชับผิวหน้า

การทำศัลยกรรมเสริมความงาม เพื่อแก้ไขให้ใบหน้าสวยงามขึ้นนั้น ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และมีหลากหลายวิธีหนึ่งในนั้นก็คือการฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งอายุที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นอุปสรรคต่อผิวสวย ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นทุกคนก็ต้องเผชิญกับริ้วรอย และรอยตีนกา รอยบุ๋ม และร่องรอยตามร่องแก้ม ซึ่งถือว่าเป็นริ้วรอยแห่งวัย ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ของสาวๆ หลายๆ คน

แต่ในปัจจุบันเราสามารถโกงอายุบนใบหน้าได้ ด้วยเทคโนโลยีในการเสริมความงามที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้การดูแลตัวเองให้ดูอ่อนกว่าวัยทำได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทาครีมบำรุง การนวดหน้าทำสปา หรือการเสริมความงามอย่างการฉีดฟิลเลอร์ ก็จัดว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ของสาวๆ ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

แชร์ประสบการณ์ให้กับเพื่อนๆ ของคุณ ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี มาแชร์เลย *สำหรับสมาชิกมาแชร์เท่านั้น (ห้ามคลินิกโพสต์ตั้งกระทู้)

ฉีดฟิลเลอร์ เติมเต็ม ปรับแต่งรูปหน้าด้วยฟิลเลอร์

“ ฟิลเลอร์คืออะไร ”

ก่อนอื่นเราคงต้องมาทำความรู้จักกันก่อนว่าฟิลเลอร์แท้จริงแล้วคืออะไร ซึ่งฟิลเลอร์ ก็คือสารเติมเต็ม Hyaluronic Acid ซึ่งเป็นสารประกอบของคอลลาเจนที่มีอยู่แล้วในชั้นผิวหนังของคนเรา ซึ่งจะใช้สำหรับฉีดเพื่อเติมเต็มผิวหนังในส่วนที่ต้องการบริเวณใต้ผิวหนัง ส่วนใหญ่แล้วในทางการแพทย์จะใช้ฉีดเพื่อแก้ปัญหาริ้วรอย เติมเต็มร่องลึกบริเวณส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณใบหน้าหรือลำคอ และตามผิวหนังที่อยู่บริเวณหน้าอก ซึ่งจะช่วยทำให้ผิวพรรณดูกระชับเต่งตึง และนอกจากนี้ ยังสามารถใช้ฉีดเพื่อเสริมจมูก เสริมคาง และเสริมแก้มได้อีกด้วย

ซึ่งในปัจจุบันนั้นได้รับความนิยมจากสาวๆ เป็นอย่างมาก เพราะมันช่วยแก้ปัญหาผิว ทำให้ผิวพรรณสดใสเต่งตึงได้อย่างง่ายดาย ซึ่งทำให้ผิวของเราดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงไปได้อีกหลายปีเพียงแค่ชั่วข้ามคืน ซึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมความงามด้วยการฉีดฟิลเลอร์แล้วละก็ จำเป็นต้องรู้ข้อมูลเหล่านี้เสียก่อน ซึ่งวันนี้เรามีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกัน เราลองมาดูกันเลยดีกว่า

  1. ฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น การฉีดสารต่างๆ เข้าสู่ร่างกายนั้น ควรเลือกทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือสถาบันเสริมความงามที่ได้มาตรฐานเท่านั้น อย่าได้เลือกทำกับหมอกระเป๋าหรือหมอเถื่อนที่รับฉีดฟิลเลอร์ซึ่งมีอยู่มากมายเป็นอันขาด ซึ่งถึงแม้จะมีราคาถูกแต่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้อย่างมากมาย ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองย่อมจ่ายแพงเสียหน่อย แต่ปลอดภัยก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะหากฉีดผิดจุดบนใบหน้าแล้ว อาจะเกิดผลเสียตามมาอีกหลายอย่างเลยทีเดียว
  2. ฉีดฟิลเลอร์แบบไหนปลอดภัย ในปัจจุบันมีฟิลเลอร์อยู่หลายยี่ห้อ ให้เลือกซื้อเลือกใช้กันอย่างมากมาย แต่ในวงการแพทย์แล้วจะนิยมใช้สารกลุ่ม Hyaluronic Acid เท่านั้น ซึ่งก่อนที่เราจะฉีดสารเหล่านั้นเข้าสู่ร่างกาย ก็ต้องมั่นใจก่อนว่าสารยี่ห้อนั้น ได้รับมาตรฐานจาก อ.ย. ซึ่งเราสามารถเช็คได้โดยตรงจากเว็บไซต์ของ อ.ย. โดยตรง
  3. ฟิลเลอร์ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง โดยทั่วไปแล้วฟิลเลอร์จะนิยมฉีดกันเฉพาะบนใบหน้าเท่านั้น เพื่อทำการแก้ไขจุดต่าง ๆ เช่น ฉีดเติมร่องแก้ม ฉีดลดริ้วรอยเหี่ยวย่น ริ้วรอย หลุมสิว นอกจากนี้ยังมีการฉีดฟิลเลอร์เพื่อเสริมจมูก เสริมคาง เติมหน้าผาก เติมริมฝีปาก ร่องตา โหนกแก้ม หรือสามารถใช้ฉีดเพื่อยกกระชับผิวหน้าได้อีกด้วย ซึ่งขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์เป็นรายๆ ไปด้วย และนอกจากนี้ยังสามารถฉีดเพื่อเติมเต็มผิวหนังบริเวณหน้าอกได้อีกด้วย แต่ไม่ได้หมายถึงการฉีดเพื่อเสริมหน้าอก เพราะจะต้องใช้ฟิลเลอร์เป็นจำนวนมาก ซึ่งเสี่ยงทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้
  4. ขั้นตอนในการฉีดฟิลเลอร์ การฉีดฟิลเลอร์นั้น ใช้เวลาไม่นาน โดยปกติแล้วแพทย์จะใช้เวลาประมาณ 20 ถึง 30 นาที ซึ่งในขณะที่ทำการฉีดฟิลเลอร์นั้นอาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อย และเมื่อฉีดเสร็จแล้ว แพทย์จะให้นอนพักสักครู่ เพื่อให้ฟิลเลอร์เกิดการเซตตัว จากนั้นจึงสามารถกลับบ้าน เพื่อทำกิจกรรมได้ตามปกติ ซึ่งหลังจากฉีดเสร็จแล้วบางคนอาจไม่ได้ผลข้างเคียงเลย แต่ในบางราย อาจมีอาการบวม ปวด หรือแดงเล็กน้อย ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถหายได้เองภายในระยะเวลา 1 – 2 วัน
  5. ใช้เวลาเท่าไหร่ถึงเห็นผล การฉีดฟิลเลอร์นั้นสามารถเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกหลังฉีดฟิลเลอร์กันเลยทีเดียว แต่ถ้าหากอยากเห็นผลอย่างเต็มที่แล้วละก็ ควรรอดูผลลัพท์ประมาณ 4 – 5 วัน เพราะฟิลเลอร์และกล้ามเนื้อบริเวณส่วนนั้นจะเกิดการฟื้นตัวเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งจะทำให้ใบหน้าดูเต่งตึงขึ้น แต่หากผลลัพธ์ยังไม่เป็นที่พอใจ ก็สามารถฉีดเพิ่มเติมได้ทันที
  6. ผลข้างเคียงของการฉีดฟิลเลอร์ ถึงแม้การฉีดฟิลเลอร์กับผู้เชี่ยวชาญ จะมีความปลอดภัย แต่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งอาการนั้นก็มีตั้งแต่ไม่รุนแรง จนถึงรุนแรงมาก เช่น อาจเกิดผื่นแดง จุดแดง หรือเกิดจุดจ้ำเลือดในบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งเป็นอาการปกติที่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพราะสามารถหายเองได้ และนอกจากนี้ยังมีรอยแผลเป็นนูนขึ้นมา เนื่องจากการฉีดฟิลเลอร์มากเกินไป หรือฉีดในตำแหน่งที่ตื้นเกินไป หรือเกิดการไหลผิดตำแหน่งของฟิลเลอร์ ซึ่งสิ่งที่อันตรายก็คือการฉีดฟิลเลอร์เข้าหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดอุดตัน หรืออาการแพ้สารฟิลเลอร์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจส่งผลร้าย ทำให้เสียชีวิตได้เลย
  7. ฟิลเลอร์อยู่ได้นานไหม ซึ่งโดยปกติแล้ว การฉีดสารฟิลเลอร์นั้นเมื่อฉีดเข้าไปแล้วจะไม่สามารถคงตัวอยู่ถาวรได้ ซึ่งสาร Hyaluronic Acid จะถูกย่อยสลายไปเองตามกระบวนการของร่างกาย ซึ่งโดยทั่วไปการฉีดฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน จะสามาถอยู่ได้นานประมาณ 6 ถึง 12 เดือน แต่ถ้าหากเป็นฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐานอย่างเช่น ซิลิโคนเหลวหรือพาราฟิน สารประเภทนี้ร่างกายไม่สามารถย่อยสลายได้เอง หากฉีดเข้าไปในปริมาณมาก ๆ แล้วละก็เมื่อหมดอายุจะทำให้กลายเป็นพังผืด ซึ่งไม่สามารถเอาออกได้ ถ้าต้องการจะเอาออกต้องขุดออกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ดังนั้นก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ ควรตัดสินใจให้ดีตั้งแต่ต้นด้วย
  8. ผู้ที่ไม่ควรฉีดฟิลเลอร์ การฉีดฟิลเลอร์นั้น ไม่ได้เหมาะกับทุกคน ซึ่งผู้ที่ไม่ควรฉีดฟิลเลอร์ได้แก่ ผู้ที่แพ้สาร Hyaluronic Acid หรือผู้ที่แพ้ยาชา หรือผู้ที่ทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด และต้องไม่เป็นคนที่เลือดออกง่าย ไม่มีประวัติภูมิแพ้ รวมทั้งคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ซึ่งหากคุณอยู่ในกลุ่มคนเหล่านี้แล้วละก็ ให้หลีกเลี่ยงการฉีดฟิลเลอร์อย่างเด็ดขาด เพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอันตรายต่อร่างกายได้

สารฟิลเลอร์ชนิดต่างๆ

สารที่ใช้ในการฉีดฟิลเลอร์ส่วนใหญ่จะอยู่ได้ชั่วคราวเนื่องจากร่างกายสามารถดูดซึมได้ ซึ่งสารฟิลเลอร์มีให้เลือกหลากหลายประเภท และมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ซึ่งขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและความต้องการของคุณเป็นหลัก เราลองมาดูฟิลเลอร์ประเภทต่างๆ กันว่ามีอะไรกันบ้าง

  1. คอลลาเจน เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่มีอยู่แล้วในร่างกายของเรา ซึ่งทำหน้าที่ในการเสริมความแข็งแรงและยืดหยุ่นให้กับอวัยวะภายใน ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ซึ่งแหล่งคอลลาเจนจากธรรมชาติได้แก่ คอลลาเจนจากสัตว์ เช่น คอลลาเจนในวัวหรือหมู หรืออีกแหล่งหนึ่งคอลลาเจนที่มาจากเซลล์ของมนุษย์ เมื่อฉีดแล้วสามารถคงตัวอยู่ได้ 3 – 4 เดือน
  2. EVOLENCE เป็นคอลลาเจนบริสุทธิ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อ สามารถย่อยสลายเองได้ตามธรรมชาติ ช่วยเติมเต็มให้ริ้วรอยร่องแก้มจมูกตื้นขึ้น ซึ่งสามารถให้ผลอยู่ได้นาน 12 เดือน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่สูง มีราคาประมาณ 18,000 บาท ต่อ 1 ไซริงค์
  3. กรดไฮยาลูรอนิค คือน้ำตาลชนิดหนึ่ง ที่มีอยู่แล้วในร่างกายอย่างผิวหนังและกระดูกอ่อน เมื่อผสมกับน้ำแล้วจะขยายตัวอยู่ในรูปของเนื้อเจล ทำให้ฟิลเลอร์ชนิดนี้ให้ผลที่เรียบเนียน และช่วยเติมเต็มร่องลึกซึ่งสามารถอยู่ในร่างกายได้นาน 6 ถึง 12 เดือน

การฉีดฟิลเลอร์นับเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยี การเสริมความงามที่ทำได้ง่าย เห็นผลเร็วและใช้เวลาในการทำไม่มาก และที่สำคัญไม่ต้องนอนพักฟื้น แต่สิ่งที่ควรคำนึงถึงมากที่สุดคือความปลอดภัยโดยเลือกทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น และศึกษาข้อดีและข้อเสียก่อนตัดสินใจทำให้ดีเสียก่อน เพราะการฉีดแต่ละครั้งไม่สามารถคงอยู่ถาวรได้