รีวิวลดโหนกแก้ม ตัดกราม (โดยสมาชิกมาแชร์)

การผ่าตัดลดโหนกแก้มเหมาะสำหรับผู้ที่มีโหนกแก้มสูง ทำให้ใบหน้าดูเหลี่ยม การผ่าตัดยุบโหนกเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดที่สุด เพราะการผ่าตัดลดโหนกแก้มจะทำให้ใบหน้าเรียวสวย ปรับโครงสร้างใบหน้า วีไลน์ (V Line) ซึ่งการผ่าตัด ลดโหนกแก้ม สามารถทำพร้อมกับ การผ่าตัดกราม” ได้ในครั้งเดียวกัน จะทำให้สามารถปรับรูปหน้าให้ได้รูปทรงที่สวยและเหมาะสมที่สุด

แชร์ประสบการณ์ให้กับเพื่อนๆ ของคุณ ลดโหนกแก้มที่ไหนดี ตัดกรามที่ไหนดี มาแชร์เลย *สำหรับสมาชิกมาแชร์เท่านั้น (ห้ามคลินิกโพสต์ตั้งกระทู้)

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดลดโหนกแก้ม

  • หากคนไข้มีประวัติการแพ้ยา หรือมีโรคประจำตัวควรแจ้งให้แพทย์ทราบ
  • งดรับประทานอาหารเสริม และยาบำรุง
  • ลดรับประทานยาที่ทำให้เลือดแข็งตัวช้า ได้แก่ ยาแอสไพริน วิตามินอี และไอบิวโพรเฟ่น
  • ควรงดบุหรี่ก่อนเข้ารับผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ถึง 1 เดือน
  • ในวันที่เข้ารับการผ่าตัด คนไข้ต้องงดอาหาร และน้ำอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนการผ่าตัด
  • หลังผ่าตัดใช้เวลาพักฟื้น 7-10 วัน ดังนั้นควรเคลียร์งานหรือลางานไว้ล่วงหน้า เพื่อจะได้พักรักษาตัวอย่างเต็มที่

เทคนิคการผ่าตัดลดโหนกแก้ม ยุบโหนก

การผ่าตัดลดโหนกแก้ม เพื่อยุบโหนกแก้มให้เล็กลง มี 2 วิธี คือ 1) เหลากระดูกโหนกแก้ม 2) ยุบโหนก / ตัดกระดูกโหนกแก้ม

การเหลากระดูกโหนกแก้ม / กรอกระดูก

วิธีการนี้จะเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาโหนกแก้มไม่สูงมาก ต้องการลดโหนกแก้มเพียงเล็กน้อย ก็ใช้วิธีการเหลาตกแต่งกระดูกเพื่อลดความสูงลงก็เพียงพอ การผ่าตัดทำได้โดยเปิดแผลจากภายในช่องปาก และใช้เครื่องมือเฉพาะทางเหลากระดูกโหนกแก้มออกเพื่อให้ใบหน้าดูสมส่วน

การตัดกระดูกโหนกแก้ม / การยุบโหนก

สำหรับวิธีการตัดกระดูก หรือยุบโหนกแก้มนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาโหนกแก้มค่อนข้างสูง กระดูกโหนกแก้มหนา แพทย์จะเลือกใช้วิธีการตัดกระดูกออก การผ่าตัดก็จะเปิดแผลจากภายในเช่นกัน เพื่อไม่ให้เกิดรอยแผลด้านนอกหลังการผ่าตัด

ขั้นตอนการผ่าตัดลดโหนกแก้ม

  • เข้าปรึกษาแพทย์เพื่อประเมิณโครงสร้างของใบหน้า และพูดคุยให้คำปรึกษาถึงความต้องการของคนไข้และผลลัพธ์ที่ได้หลังการผ่าตัด
  • การผ่าตัดโหนกแก้มถือเป็นเคสผ่าตัดใหญ่ ก่อนผ่าตัดแพทย์จะให้ยาสลบเพื่อลดความกังวลแก่คนไข้ขณะผ่าตัด
  • การผ่าตัดแพทย์จะผ่าตัดเปิดแผลจากในช่องปาก และใช้เครื่องมือเฉพาะทางในการตัดกระกระดูก ตามตำแหน่งและขนาดที่ระบุไว้ ซึ่งขนาดที่ตัดออกของแต่ละคนก็จะไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมที่แพทย์เป็นผู้ประเมิณ เมื่อแพทย์ทำการผ่าตัดกระดูกออกเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็จะทำการเย็บแผลด้วยไหมละลาย โดยปกติทั่วไปใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง ในการผ่าตัดจะ
  • ข้อดีของการผ่าตัดในช่องปากคือ ซ่อนรอยแผล ไม่มีรอยแผลบนใบหน้า แต่หลังผ่าตัดในช่วงแรกต้องหมั่นดูแลและทำความสะอาดหลังรับประทานอาหารเพราะแผลยังไม่หายดี

อาการหลังผ่าตัดลดโหนกแก้ม

  • หลังผ่าตัดอาจมีอาการชาบริเวณรอบโหนกแก้ม ซึ่งอาการชาจะค่อยๆ ดีขึ้น
  • หลังผ่าตัดคนไข้ควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ควรพักฟื้นที่โรงพยาบาล 1-2 คืน
  • หลังผ่าตัดอาจมีอาการบวม ซึ่งอาการบวมจะลดลงและหายภายใน 3 วัน
  • หลังผ่าตัดใช้เวลาในการพักฟื้นประมาณ 7 วัน เพื่อให้แผลยุบ หายบวม
  • ใบหน้าจะเริ่มเข้าที่ และหายเป็นปกติในเวลา 1-2 เดือน จะเห็นความเปลี่ยนแปลงของรูปทรงใบหน้าที่ชัดเจน
  • หลังผ่าตัดไหมละลายที่ใช้ในการเย็บแผล จะละลายภายใน 1 สัปดาห์

การดูแลหลังผ่าตัดลดโหนกแก้ม

  • หลังผ่าตัดลดโหนกแก้ม 1-2 วัน ควรประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม และรอยช้ำ
  • ควรนอนยกศีรษะสูง โดยใช้หมอนหนุน 2 ใบ จะช่วยให้แผลหายบวมเร็วขึ้น
  • ควรดูแลและทำความสะอาดช่องปากหลังรับประทานอาหารทุกครั้ง เพื่อป้องกันการติดเชื้อของแผลผ่าตัด
  • ห้ามทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการกระทบกระเทือนแผลผ่าตัด เพราะอาจจะทำให้แผลอักเสบได้
  • รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง และมาพบแพทย์ตามใบนัดเพื่อประเมิณผลการรักษาหลังผ่าตัด
  • งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และของหมักดอง
  • หลังการผ่าตัด 2 สัปดาห์ หากมีรอยฟกช้ำ รอบเขียว ให้ประคบร้อนวันละ 2 ครั้ง จะช่วยให้รอยฟกช้ำหายเร็วขึ้น

ศัลยกรรมตัดกราม ทำหน้าเรียว

ไขข้อสงสัย ก่อนตัดสินใจเหลากราม ความสวยกับสาวๆ ย่อมเป็นสิ่งที่ขาดกันไม่ได้อยู่แล้ว ใบหน้าที่ได้รูปนั้น จัดว่าเป็นสิ่งหนึ่ง ที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้แก่สาวๆ ได้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการมีใบหน้าที่เรียวเล็กดูกระชับย่อมเป็นที่ปรารถนาของสาวๆ หลายคน ซึ่งในปัจจุบัน การแก้ไขใบหน้าให้มีความสวยงามด้วยการทำศัลยกรรมตัดกราม ทำหน้าเรียว ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพื่อช่วยทำให้สาวๆ มีใบหน้าเรียวเหมือนอย่างในฝันที่ต้องการนั้นเอง

ปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งของสาวๆ เอเชียนั้นก็คือ ส่วนใหญ่แล้วมักจะมีกรามใหญ่ที่มองเห็นได้ชัด ซึ่งมันทำให้ใบหน้าดูเป็นสี่เหลี่ยม ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีสาวๆ คนไหนต้องการ เพราะใครๆ ก็ล้วนแต่ต้องการใบหน้าสวยเรียวเล็กในสไตล์เกาหลีกันทั้งนั้น ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทำให้สาวๆ หลายคนที่มีใบหน้าเหลี่ยมเกิดความไม่มั่นใจขึ้นมา จนต้องหันไปทำศัลยกรรมเหลากรามเสียเป็นส่วนใหญ่ เพื่อแก้ไขรูปหน้าให้เรียวสวยงาม

ทั้งนี้ก็เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง ซึ่งการทำศัลยกรรมตัดกราม เหลากราม จัดว่าเป็นวิธีการที่สามารถแก้ไขปัญหานี้เรื่องรูปหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างรวดเร็ว แถมยังได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ วันนี้เรามีข้อมูลดีๆ ก่อนตัดสินใจผ่าตัดกราม เหลากรามมาฝากกัน ว่ามีเรื่องอะไรที่ต้องรู้บ้าง เพื่อช่วยทำให้ตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและรอบคอบมากยิ่งขึ้น ลองไปดูกันเลย

  1. เลือกโรงพยาบาล เรื่องของความปลอดภัย และมาตรฐานทางการแพทย์ ถือว่าเป็นเรื่องอันดับต้นๆ ที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรเลือกโรงพยาบาลที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการศัลยกรรมตกแต่งโดยเฉพาะ รวมถึงเครื่องมือที่ใช้ต้องทันสมัย ครบถ้วน และได้มาตรฐาน ซึ่งเมื่อตัดสินใจเลือกโรงพยาบาลได้แล้ว สิ่งที่ควรทำก็คือการเข้าไปพูดคุยปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำการตรวจและแสกนโครงสร้างของใบหน้า เพื่อทำการประเมินผลถึงโครงหน้าที่ต้องการว่าจะออกมาในรูปแบบใด ทั้งนี้เพื่อช่วยให้เกิดความมั่นใจ และมีการเตรียมตัวให้พร้อม ซึ่งในขั้นตอนนี้ควรให้ข้อมูลแพทย์อย่างละเอียดว่าคุณแพ้ยาชนิดใด หรือมีโรคประจำตัวหรือเปล่า
  2. การผ่าตัด ในขั้นตอนนี้แพทย์ให้ยาสลบเพื่อไม่ให้คุณรู้สึกตัว จากนั้นจึงลงมือผ่าตัด ซึ่งการผ่าตัดนั้น มี 2 แบบ คือ
  • การผ่าตัดกรามจากภายนอกช่องปาก ซึ่งจะเป็นการผ่าตัดจากภายนอก บริเวณที่อยู่ใกล้ๆ มุมกราม โดยแพทย์จะผ่าเปิดกระดูกมุมกราม ใช้เลื่อยตัดกระดูกตามแนวที่ต้องการ แล้วนำชิ้นกระดูกที่เกินนั้นออกไป ตกแต่งมุมกระดูกให้เรียบร้อย จากนั้นจึงทำการเย็บแผลปิด ซึ่งวิธีการผ่าตัดแบบนี้จะทำให้เกิดแผลเป็นที่มองเห็นได้ชัด
  • การผ่าตัดกรามจากภายในช่องปาก การผ่าตัดด้วยวิธีการนี้ จะผ่าตัดเปิดแผลจากภายนอก บริเวณหลังฟันกรามซี่สุดท้าย และใช้เลื่อยตัดมุมกรามออกตามแนวที่ต้องการ พร้อมกับตกแต่งกระดูกส่วนที่เหลือให้เรียบร้อย แล้วจึงเย็บแผลปิด ซึ่งวิธีการนี้จะยุ่งยากกว่าวิธีแรก แต่จัดว่าเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากกว่า เพราะไม่มีแผลเป็นปรากฏให้เห็น
  1. งดอาหาร ในช่วงวันแรกของการผ่าตัดกรามควรงดการทานอาหาร เพื่อป้องกันไม่ให้แผลติดเชื้อ แต่หลังจากนั้นแล้ว สามารถรับประทานอาหารอ่อนๆ ได้ อย่างเช่น นม ผลไม้ ข้าวต้ม โจ๊ก นอกจากนั้นหลังจากที่ทำการผ่าตัดเสร็จแล้ว จะต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลประมาณ 2 – 3 วัน เพื่อสังเกตดูอาการและทำความสะอาดแผลผ่าตัดให้สะอาดที่สุด
  2. เกิดอาการบวม ในระยะแรกของการผ่าตัดนั้น จะมีอาการบวมช้ำ ทำให้ไม่สามารถอ้าปากได้ ตกก็ไม่ต้องตกไปหรอก เพราะอาการบวมจะค่อยๆ ยุบตัวลง ซึ่งในช่วงนี้ควรพยายามอ้าปากบ่อยๆ เพื่อช่วยบริหารข้อต่อขากรรไกร แถมยังช่วยป้องกันการติดแข็งของพังผืดที่อยู่บริเวณรอบๆ กรามอีกด้วย ซึ่งนอกจากนี้อาจมีผลข้างเคียงจากการผ่าตัดอย่างเช่น อาการปวดแผล หูอื้อ ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะอาการเหล่านี้จะดีขึ้นหลังจากผ่านไป 2 – 4 สัปดาห์ และใบหน้าจะเริ่มเข้าที่โดยใช้เวลาประมาณ 1 – 2 เดือน
  3. การดูแลตัวเองขั้นต้น ช่วงแรกๆ ของการผ่าตัดเราสามารถใช้ถุงน้ำแข็งประคบ ทำแบบนี้ประมาณ 1 – 2 วัน เพื่อช่วยลดอาการบวมช้ำ บริเวณแผลผ่าตัด และในเวลานอนควรยกศีรษะให้สูงกว่าระดับลำตัวเพื่อช่วยลดอาการบวม และต้องมีการทำความสะอาดแผลจากการผ่าตัดอย่างสม่ำเสมอ รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง และต้องไปพบแพทย์ตามนัดทุกครั้งด้วย
  4. ผลข้างเคียงที่พบบ่อย ผลข้างเคียงจากการผ่าตัดกรามที่พบได้ส่วนใหญ่นั้น มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับแผลอักเสบ ติดเชื้อ และความไม่เท่ากันของกระดูกกราม เส้นประสาทได้รับความกระทบกระเทือน จึงทำให้เกิดอาการชาตามริมฝีปากได้ อย่างอาจร้ายแรงถึงขั้นกระดูกกรามหัก ซึ่งพบได้น้อยมาก ซึ่งเกิดจากการผ่าตัดอย่างไม่ถูกต้องนั้นเอง ซึ่งผลข้างเคียงเหล่านี้สามารถรักษาให้หายได้ ด้วยการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเมื่อมีอาการเหล่านี้

ทำไมต้องเหลากราม ผ่าตัดกราม ด้วยล่ะ ?

การเหลากราม หรือ “การตัดกราม” นั้นเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยทำให้ใบหน้าเล็กลง เพราะปัญหาที่เกิดจากโครงกระดูกขากรรไกร หรือมุมขากรรไกรที่ยื่นออกมาด้านข้างและคางสั้น ซึ่งปัญหาที่ศัลยแพทย์สามารถตกแต่งให้ดูยาวและเรียวขึ้นได้

ก่อนการผ่าตัดกรามนั้น แพทย์จะทำการตรวจดูขากรรไกรก่อนว่ามีความผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วยหรือไม่ เช่น ความหนาของกระดูก ความสูงของขากรรไกร ความสมดุลของกระดูกทั้งสองข้าง ซึ่งอาจมีผลทำให้ไม่เท่ากันได้ เพราะโครงสร้างที่แตกต่างของข้อต่อขากรรไกร

การผ่าตัดและผลของการผ่าตัดกราม

การผ่าตัดกราม ทำหน้าเรียว เปลี่ยนโฉมใบหน้าของแต่ละคนนั้น จะได้ผลที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลว่าทำได้ง่ายหรือยาก เช่น สำหรับคนที่มีใบหน้าใหญ่มากๆ จะทำได้ยากกว่าคนที่มีใบหน้าเล็กโดยธรรมชาติ เนื่องจากคนที่มีใบหน้าใหญ่ จะต้องผ่าตัดทำให้ใบหน้าเล็กลง ส่วนในผู้ที่มีใบหน้าเล็ก จะเสริมโดยใช้วัสดุเทียม ซิลิโคน สารสังเคราะห์ เข้าไปวางให้ดูหน้าสมส่วนขึ้น ไม่ต้องตัดกระดูกส่วนใดทิ้ง

การผ่าตัดศัลยกรรมใบหน้า อาจส่งผลกระทบต่อระบบประสาทบนใบหน้า แต่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวเท่านั้น ซึ่งศัลยแพทย์เองก็จะหลีกเลี่ยงบริเวณผ่าตัด ที่มีผลต่อการควบคุมการเคลื่อนไหวของใบหน้า เช่น การหลับตา ยิ้ม ยักคิ้ว ซึ่งอย่างไรก็ตาม การผ่าตัดที่ต้องยกผิวหนังจากส่วนที่เกาะขึ้นมา ก็อาจส่งผลกระทบกับเส้นประสาทบริเวณนั้นบ้าง จึงทำให้เกิดอาการชา แต่สามารถหายเป็นปกติได้ในระยะเวลา 6 เดือน

การทำศัลยกรรมบนใบหน้านั้น เป็นวิธีการแก้ไขใบหน้าให้สวยงามได้รูปขึ้นได้ แถมยังช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับสาวๆ ได้มากขึ้น แต่ก่อนการทำศัลยกรรมนั้น ควรมีการเลือกโรงพยาบาลหรือคลินิคที่ดี ร่วมกับการปรึกษากับศัลยแพทย์ ก่อนตัดสินใจทำ เพื่อให้ได้รับข้อมูล ประกอบการตัดสินใจอย่างครบถ้วนด้วย รวมถึงต้องทำใจยอมรับผลข้างเคียงที่เกิดจากการผ่าตัดที่จะตามมา

ตัดกราม ลดโหนกแก้ม